ร้องทุกข์สื่อผ่านไปถึงผู้มีอำนาจที่อุทยานทับซ้อนที่ทำกินราษฏร

จ. อำนาจเจริญ 11/4/62
ข่าว ร้องทุกข์สื่อผ่านไปถึงผู้มีอำนาจที่อุทยานทับซ้อนที่ทำกินราษฏร
นายคู่  บุญมาศ   087-2557999 ข่าว / ภาพ
    ราษฏร 90 ครอบครัวรวมตัวกันยื่นหนังสือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกรณี ที่อุทยานทับซ้อนที่ทำกินของราษฏรที่เคยทำกินมาตั้งแต่บรรพบุรุษนับ 200 ปี
   เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ราษฏรหมู่ 7, ม. 14 ต. เสนาง  อ. เนางคนิคม จ. อำนาจเจริญ ประมาณ 30 คนได้มารวมตัวกันที่เถียงนาหุบเขา โดยแกนนำคือนายบัวพันธ์  สุวอ  อายุ 45 ปีราษฏรบ้านนาสะอาด ม.7  ต. เสนางเป็นตัวแทนของราษฏร ได้เข้ายื่นหนังร้องทุกข์ต่อ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อเป็นสื่อกลางไปยังผู้เกี่ยวข้องและมีอำนาจในบ้านเมือง ซึ่งในเนื้อหาเข้าความในหนังสือพอสรุปได้ว่า ราษฏร ม. 7 ม. 14 และหมู่บ้านใกล้เคียง  ต. เสนางคนิคม ที่เข้าไปอยู่อาศัยทำมาหากินสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษนานประมาณ 200 ปี หลายรายได้มีเอกสารสิทธิ์ที่ทำกิน เช่น นส.3ก นส.2 และสค.1 ต่อมาทางการได้ประกาศเป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงบังอี่(บักอี่)  ดงหัวกอง  และต่อมาได้เพิ่มเป็นอุทยานภูสระดอกบัวพื้นที่รอยต่อ ต.เสนาง จ.อำนาจเจริญและ ต.บุ่งค้า อ. เลิงนกทา จ. ยโสธร ซึ่งทางการได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติและอุทยานภูสระดอกบัวไปทับซ้อนที่ทำกินของราษฏร จนเป็นปัญหาเรื่อยมา ทางราษฏรเคยทำหนังสือร้องทุกข์ไปหลายหน่วยงานแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา ทั้งๆที่หน่วยงานของรัฐได้ได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ทับซ้อน ระหว่าง อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ประกาศเป็นพื้นที่ของเอกชน –พื้นที่กันออกและพื้นที่ทับซ้อนเป็นเวลายาวนาน  ตามหลักฐาน เอกสารดังกล่าว แต่ทางราชการไม่ได้ดำเนินการแก้ไขปล่อยให้เจ้าที่และชาวบ้านกระทบกระทั่งกันเรื่อยมา จึงได้มาขอความช่วยเหลือจากสื่อเพื่อเป็นสื่อกลางไปยังหน่วยงานของรัฐได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของราษฏร ให้แก้ไขปัญหาด้วยการเพิกถอน หรือกันแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ออกบางส่วนตามแผนที่กฎกระทรวงของพื้นที่กันออกในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงบังอี่ ดงหัวกอง และขอให้ดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ให้แก่ราษฏรที่ครอบครองทำประโยชน์ให้ถูกต้องต่อไป
      นางยอน   ไกยนาถ  แม่เฒ่าวัย 81 ปีบอกว่าตนได้มาอยู่อาศัยกับนายน้อย  สุริยะศรี  ผู้เป็นพ่อตั้งแต่อายุ 7 ปีจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยทราบว่าทางการได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติหรืออุทยานแต่อย่างไร พวกตนทราบเพียงแต่ว่าพื้นที่ดังกล่าวเคยอยู่มาตั้งแต่พ่อแม่ ปู่ย่าตายายนางยอนกล่าว

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.