ชุมพร-ตำรวจ ลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริง กรณีตำรวจรายหนึ่งของ สภ.สลุยข่มขู่รีดไถเงินชาวบ้านไถ่รถ จยย.แล้วด้าน สจ.ผู้แทนชาวบ้านจี้ ย้ายต้นเหตุและผกก.ออกนอกพื้นที่ไว้ก่อน

ชุมพร-ตำรวจ ลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริง กรณีตำรวจรายหนึ่งของ สภ.สลุยข่มขู่รีดไถเงินชาวบ้านไถ่รถ จยย.แล้วด้าน สจ.ผู้แทนชาวบ้านจี้ ย้ายต้นเหตุและผกก.ออกนอกพื้นที่ไว้ก่อน

  ความคืบหน้า กรณี ลุงโร่พบสื่ออ้างโดนตร.ขู่ทำร้ายกรณีร้องเรียนกระทรวงยุติธรรม ตร.เรียกรับเงินไถ่รถจยย.ชาวบ้านเหลือทนอาจรวมตัวไล่ตำรวจได้ ล่าสุด เมื่อบ่ายวันนี้(22 ม.ค.2561) ที่ สภ.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร นายวิรัน ชูกลาง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร(ส.อบจ.ชุมพร) พร้อมด้วย นายสอน ปลึ้มใจ อายุ 54 ปี ได้พบคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีดังกล่าว ซึ่งมีคำสั่งแต่งโดย พล.ต.ต. สนธิชัย อาวัฒกุลเทพ ผบก.ภ.จว.ชุมพร นำโดย พ.ต.ท.อุดม เลิศเพชรไพศาล รอง ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.ท.ยันต์ อินทร์กรุงเก่า และร.ต.อ.ชวลิต คณาครุฑ โดยก่อนหน้านี้ ทาง ผบก.ภ.จว.ชุมพร ได้เปิดเผยผ่านสื่อว่า จะให้สรุปข้อเท็จจริง ภายใน 7 วัน ภายหลังการให้ข้อมูลกับคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ นายวิรัน ชูกลาง ส.อบจ.ชุมพร กล่าวว่า วันนี้มีชาวบ้านกว่า 100 คน มาให้กำลังใจลุงสอน ปกติจะมามากกว่านี้ แต่ในวันนี้มีส่วนใหญ่ไปต้อนรับองคมนตรีที่ตรวจติดตามงานในพื้นที่ และตนได้ขอไว้ว่ายังไม่ต้องมากันมาก เพราะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงต้องการข้อมูลจากตนเองและลุงสอนเท่านั้น ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้ข้อมูลคณะกรรมการฯ ไปว่า อันดับแรกขอให้มีการย้าย ตำรวจคู่กรณีของลุงสอนและผู้บังคับบัญชา คือ ผกก.ออกจากพื้นที่ไปก่อน เพราะเกรงเรื่องของพยานหลักฐาน รวมพฤติกรรมการข่มขู่ที่สร้างความหวาดกลัวให้ลุงสอน ส่วน ผกก.ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาก็ต้องรับผิดชอบด้วยเพราะปล่อยปะละเลยด้วยเหตุจะเกษียณอายุราชการในปีนี้ไม่ได้สนใจใส่ใจในความเดือดร้อนของชาวบ้าน ส่วนกรณีการไปยึดรถ จยย.มา ก็ไม่มีหมายค้น แล้วยังตะโกนบอกให้นำเงิน 7,000 บาท ไปไถ่จึงจะได้รถกลับมา เมื่อลุงตามไปที่โรงพัก ก็ไม่พบรถของกลางและยังไม่มีบันทึกการตรวจยึด ในบันทึกประจำวันก็ไม่มี เมื่อลุงสอนไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงมาหาตนเอง จึงพาไปสอบถามจึงมีการลงประจำวันภายหลัง ต่อมาลุงสอนได้ไปร้องเรียนยัง ศูนย์บริการประชาชนกระทรวงยุติธรรม จนมีหนังสอบถามรายละเอียดไปยัง ตำรวจภูธรภาค 8 , ตร.ภ.จว.ชุมพร ลุงสอนจึงได้รถคืนในเวลาต่อมา แต่ก็ยังมีโทรศัพท์ข่มขู่ต่างๆนานา
  “ อันดับแรกขอให้มีการย้าย ตำรวจคู่กรณีของลุงสอนและ ผกก.ออกจากพื้นที่ไปก่อน เพราะเกรงเรื่องของพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพฤติกรรมการข่มขู่ที่สร้างความหวาดกลัวให้ลุงสอนอย่างมาก โดยเฉพาะ ผกก.ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาก็ต้องรับผิดชอบด้วยเพราะปล่อยปะละเลยด้วยเหตุจะเกษียณอายุราชการในปีนี้  การที่ตนออกมาช่วยเหลือลุงสอนครั้งนี้ก็เพราะลุงสอนเป็นเพียงชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ ไม่มีที่พึ่ง เมื่อมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็เลยไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานต่างๆ ตนเองและชาวบ้านจึงต้องมาช่วยกันให้กำลังใจ หวังว่าผู้อำนาจจะเข้าใจและเห็นใจ หากเรื่องนี้เงียบไปอีกได้หารือกับลุงสอนแล้ว จะไปแจ้งความกล่าวโทษร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะไปติดตามเรื่อง ที่ขอความเป็นธรรม ยัง มทบ.44 และกองทัพภาคที่ 4 ไว้ด้วย ” นายวิรัน กล่าว
  “ ขอบคุณ ท่าน สจ.และชาวบ้าน ที่มาให้กำลังใจ ตนเองเป็นคนหาเช้ากินค่ำ ไม่สามารถไปสู้รบกับใครได้ แต่ที่ออกมาต่อสู้ก็เพื่อความยุติธรรม ซึ่งหลายหน่วยงานก็ให้ความช่วยเหลืออย่างดี ทั้ง กระทรวงยุติธรรม ผู้การฯตำรวจชุมพร ที่ให้เข้าพบอย่างเป็นกันเอง นอกจากนี้ ยังมีสื่อมวลชนที่คอยเคียงข้างติดตามทำข่าว ส่วนตัวตนเองไม่ศัตรูที่ไหน ก็มีเพียงตำรวจบางคนในพื้นที่เท่านั้น ณ เวลานี้ หากจะเกิดอะไรขึ้นกับตน ก็ไม่กลัวทั้งสิ้น ขอสู้เพื่อความยุติธรรมต่อไป ” นายสอน กล่าว




พงศกร นวนละมัย / ชุมพร

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.