จนท พัสดุ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี พร้อมลูกชาย ที่มีเรื่องวิวาทกับ" เอ ไวโภคี "คู่กรณี ออกโรงโต้พร้อมแจ้งความกลับ พาดพิง สาเหตุวิวาท เกิดจาก เปิดโปงเรื่ิองการทุจริตในโครงการ

จนท พัสดุ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี พร้อมลูกชาย ที่มีเรื่องวิวาทกับ" เอ ไวโภคี "คู่กรณี ออกโรงโต้พร้อมแจ้งความกลับ พาดพิง สาเหตุวิวาท เกิดจาก เปิดโปงเรื่ิองการทุจริตในโครงการ

หลังจากเมื่ิอวันที่ 16มกราคม 2561  นายประพันศักดิ์ หรือ เอ ไวโภคี อายุ51ปี เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สมเดช สกุณา ร้อยเวรสอบสวน สภ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ว่าถูกนายฐิติพันธ์ คล้ายอุดม อายุ 35ปี อดีตลูกจ้างชั่วคราวในโครงการเดียวกัน ทำร้ายร่างกาย โดยนำหลักฐานเป็นใบรับรองการรักษาอาการบาดเจ็บจากแพทย์ ร.พ.ท่ายาง ระบุ ถูกของแข็งกระเเทกจนตั้งจมูกหัก และมีร่องรอยการฟกช้ำท่ี่บริเวณเหนือตาข้างขวา มายืนยัน โดยนายประพันศักดิ์ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า สาเหตุหลักที่ทะเลาะวิวาทกันนั้น มาจากสาเหตุที่ตนเปิดโปงความประพฤติการทำหน้าที่ของนางวไลภรณ์ คล้ายอุดม อายุ59ปี มารดานายฐิติพันธ์ ที่ส่อไปในทางไม่ตรงกับความเป็นจริงในการจัดซื้อจัดหาพัสดุ จนถูก ปปทและ สตง.เข้ามาดำเนินการตรวจสอบ จนสร้างความคับแค้นให้กับนายฐิติพันธ์ ผุ้เป็นลูกชาย ตามที่ผู้สืื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
 ต่อมาเมื่อช่วงบ่ายวันที่18มกราคม 2561นางวไลภรณ์ พร้อมด้วยนายฐิติพันธ์ ได้นำหลักฐานการให้ข้อมูลของนายประพันศักดิ์กับเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน เข้ามาแจ้งความกลับนายประพันศักด์ โดยเปิดเผยว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากปัจจุบันการเข้ามาตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ปปท และ สตง.ยังไม่ได้ชี้มูลว่าตนมีความผิด ดังนั้นเรื่องนี้ ตนยังถือเป็นผู้บริสุทธิ ไม่ได้เป็นไปตามที่นายประพันศักดิ์กล่าวอ้างและยังให้ข้อมูลอันเป็นเท็จกับเจ้าหน้าที่ ตนจึงขอเข้าแจ้งความ เอาผิดนายประพันศักดิ์ ข้อหาหมิ่นประมาท สร้างความเสื่อมเสียให้กับตนและครอบครัว
 ด้านนายฐิติพันธ์ เผยว่า วันเกิดเหตุตนเดินทางเพื่อจะไปหานางวไลภรณ์ ในโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี แต่เมื่อถึงป้อมยามทางเข้าโครงการ ตนได้จอดรถเพื่อเข้าห้องน้ำ กระทั่งทำธุระส่วนตัวเสร็จสรรพจึงเดินออกมา กระทั่งพบนายประพันศักดิ์ ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยมีภรรยานั่งซ้อนท้ายออกมาจากโครงการฯเมื่อช่วงเที่ยง วันเกิดเหตุ ตนจึงตะโกนเรียก และหลังจากนายประพันศักดิ์จอดรถ จึงเดินเข้ามาและเป็นฝ่ายเปิดฉากใช้เท้าถีบตนก่อน ตนจำเป็นต้องป้องกันตัว จนเกิดการชกต่อยกันอย่างชุลมุนขึ้น จากนั้นได้แยกย้ายกัน กระทั่งมาทราบเรื่องว่า นายประพันศักดิ์ เดินทางเข้าแจ้งความและระบุว่า สาเหตุทะเลาะวิวาทนั้นมาจากที่ตนโกรธเคืองที่นายประพันศักดิ์เปิดโปงเรื่องการปฎิบัติหน้าที่ของมารดาตน ตนขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง พร้อมกล่าวว่า สาเหตุที่เกิดทะเลาะวิวาทนั้นเป็นเรื่องเหตุผลส่วนตัวเท่านั้น จึงขอเข้าแจ้งความ กล่าวหานายประพันศักดิ์ ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน


 กสิพล ศิริลาภ-ธนัท สุขดำเนิน/เพชรบุรี

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.