พิจิตร- สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตรร่วมกับสำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร หาแนวทางขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร
พิจิตร- สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตรร่วมกับสำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร หาแนวทางขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 ณ สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร นายศุภเดช แสนภูมินิเทศ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยนายชูศักดิ์ อ้อยเฮิง หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์การเกษตร และนางสาวนิสาชล สุดดี เจ้าหน้าที่ส่วนขับเคลื่อนและการมีส่วนร่วม เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการเปิดขายทอดตลาดของสำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร ประจำเดือนมีนาคม 2561 ซึ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนต้องไปดูแลการขายทอดตลาดตามกำหนดนัดทุกครั้ง และมีสิทธิเข้าสู้ราคาหรือหาบุคคลอื่นเข้าสู่ราคาเพื่อให้ได้ราคาตามที่ต้องการ หากไม่ไปดูแลการขายถือว่าไม่ติดใจในการเข้าสู้ราคาทั้งถือว่าบุคคลนั้นทราบกำหนดนัดและสถานที่ขายในนัดต่อไปแล้วด้วย หากในการขายแต่ละนัดไม่มีการขายหรือขายไม่ได้หรือขายได้ไม่ครบทุกรายการจะทำการขายนัดต่อไปตามกำหนดนัด
* นายทร ชาวพิจิตร ผู้อำนวยการบังคับคดีจังหวัดพิจิตร ได้กล่าวว่าการขายทอดตลาดมีเดือนละครั้ง ครั้งละ 30 คดี พร้อมดำเนินการขายทอดตลาดแบบเปิด มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ มีกล้องที่ทำการติดตั้งไว้ในห้องที่ใช้การขายทอดตลาด มีจำนวนคดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการทั้งสิ้น 1,400 คดี เป็นหนี้สินที่เกี่ยวกับการค้ำประกันเช่าชื้อรถ ประมาณ 40% หนี้บัตรเครดิต 16 % หนี้ของ กยศ. ประมาณ 15 % หนี้จำนองกับสถาบันการเงินและธนาคารต่างๆ 15 % หนี้นอกระบบ 5 % โดยเป็นหนี้ของลูกหนี้ที่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่มีความรู้ด้านกฎหมายจึงเป็นสาเหตุให้ถูกเอารัดเปรียบทำให้ต้องสูญเสียที่ดินทำกินและต้องรับภาระหนี้สินเกินความเป็นจริง ขอประชาสัมพันธ์บอกให้เกษตรกร ประชาชนทั่วไป ควรศึกษาหาความรู้ด้านกฎหมาย การบังคับคดี การไกล่เกลี่ย จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและให้คำแนะนำช่องทางการช่วยเหลือแก่ผู้อื่นต่อไปได้
**นายศุภเดช แสนภูมินิเทศ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร กล่าวถึงปัญหาด้านหนี้สินพบว่าปัจจุบัน เกิดจากเกษตรกรส่วนใหญ่ ยังขาดความรู้ความเข้าใจ ขั้นตอนกระบวนการของข้อกฎหมาย และยังเข้าไม่ถึงหน่วยงานที่จะสามารถช่วยให้คำปรึกษาและความรู้ระเบียบข้อกฎหมาย เมื่อเกิดข้อพิพาทคดีความและไม่ได้รับความเป็นธรรม ทำให้เสียโอกาสในการเข้าถึงสิทธิการได้รับความช่วยเหลือจากภาคส่วนราชการได้อย่างทันท่วงที เป็นเหตุให้เกษตรกรเสียทรัพย์จากการถึกยึดอายัดทรัพย์สิน ขายทอดตลาดตามกระบวนการของทางกฎหมายการบังคับคดีต่อไป
***ข้อมูลภาพข่าว : นายชูศักดิ์ อ้อยเฮิง สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 ณ สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร นายศุภเดช แสนภูมินิเทศ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยนายชูศักดิ์ อ้อยเฮิง หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์การเกษตร และนางสาวนิสาชล สุดดี เจ้าหน้าที่ส่วนขับเคลื่อนและการมีส่วนร่วม เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการเปิดขายทอดตลาดของสำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร ประจำเดือนมีนาคม 2561 ซึ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนต้องไปดูแลการขายทอดตลาดตามกำหนดนัดทุกครั้ง และมีสิทธิเข้าสู้ราคาหรือหาบุคคลอื่นเข้าสู่ราคาเพื่อให้ได้ราคาตามที่ต้องการ หากไม่ไปดูแลการขายถือว่าไม่ติดใจในการเข้าสู้ราคาทั้งถือว่าบุคคลนั้นทราบกำหนดนัดและสถานที่ขายในนัดต่อไปแล้วด้วย หากในการขายแต่ละนัดไม่มีการขายหรือขายไม่ได้หรือขายได้ไม่ครบทุกรายการจะทำการขายนัดต่อไปตามกำหนดนัด
* นายทร ชาวพิจิตร ผู้อำนวยการบังคับคดีจังหวัดพิจิตร ได้กล่าวว่าการขายทอดตลาดมีเดือนละครั้ง ครั้งละ 30 คดี พร้อมดำเนินการขายทอดตลาดแบบเปิด มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ มีกล้องที่ทำการติดตั้งไว้ในห้องที่ใช้การขายทอดตลาด มีจำนวนคดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการทั้งสิ้น 1,400 คดี เป็นหนี้สินที่เกี่ยวกับการค้ำประกันเช่าชื้อรถ ประมาณ 40% หนี้บัตรเครดิต 16 % หนี้ของ กยศ. ประมาณ 15 % หนี้จำนองกับสถาบันการเงินและธนาคารต่างๆ 15 % หนี้นอกระบบ 5 % โดยเป็นหนี้ของลูกหนี้ที่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่มีความรู้ด้านกฎหมายจึงเป็นสาเหตุให้ถูกเอารัดเปรียบทำให้ต้องสูญเสียที่ดินทำกินและต้องรับภาระหนี้สินเกินความเป็นจริง ขอประชาสัมพันธ์บอกให้เกษตรกร ประชาชนทั่วไป ควรศึกษาหาความรู้ด้านกฎหมาย การบังคับคดี การไกล่เกลี่ย จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและให้คำแนะนำช่องทางการช่วยเหลือแก่ผู้อื่นต่อไปได้
**นายศุภเดช แสนภูมินิเทศ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร กล่าวถึงปัญหาด้านหนี้สินพบว่าปัจจุบัน เกิดจากเกษตรกรส่วนใหญ่ ยังขาดความรู้ความเข้าใจ ขั้นตอนกระบวนการของข้อกฎหมาย และยังเข้าไม่ถึงหน่วยงานที่จะสามารถช่วยให้คำปรึกษาและความรู้ระเบียบข้อกฎหมาย เมื่อเกิดข้อพิพาทคดีความและไม่ได้รับความเป็นธรรม ทำให้เสียโอกาสในการเข้าถึงสิทธิการได้รับความช่วยเหลือจากภาคส่วนราชการได้อย่างทันท่วงที เป็นเหตุให้เกษตรกรเสียทรัพย์จากการถึกยึดอายัดทรัพย์สิน ขายทอดตลาดตามกระบวนการของทางกฎหมายการบังคับคดีต่อไป
***ข้อมูลภาพข่าว : นายชูศักดิ์ อ้อยเฮิง สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร










ไม่มีความคิดเห็น