จังหวัดอุทัยธานี...!! โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยมอบบ้านมั่นคงชนบท 228 ครัวเรือน ในที่ดิน สปก. ...!!

จังหวัดอุทัยธานี...!!  โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยมอบบ้านมั่นคงชนบท 228 ครัวเรือน ในที่ดิน สปก. ...!!

จากการรายงานของผู้สื่อข่าว จ.อุทัยธานี เมื่อวันนี้ 19 เม.ย.61 เวลา 13.00 น. พลเอก อนันตพร  กาญจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ    ความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีมอบบ้านมั่นคงในที่ดินสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.)    ให้ชาวชุมชน จำนวน 6 ชุมชน ที่สร้างบ้านแล้วเสร็จ จำนวน  228 ครัวเรือน โดยมี นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วย นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และ พ.ต.อ. โกศล ใจเพ็ชรดี ผกก.สภ ลานสัก นายจักรพงษ์ รัชนีกุล นายอำเภอลานสัก ร.ท
. ธีรชาติ โชติพรหม มว.รส.ที่ 2 ร้อย ที่ 2 อำเภอลานสัก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อ.บ.ต.และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ประชาชน เข้าร่วมในพิธีจำนวน 400 คน ณ ชุมชนอริโยทัย  ตำบลระบำ อำเภอลานสัก  จังหวัดอุทัยธานี 
ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินนโยบายในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของประชาชนทุกคน  ปัจจุบันประเทศไทยมีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 21.32 ล้านครัวเรือน  โดยในจำนวนนี้ผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการที่อยู่อาศัยประมาณ  3.5ล้านครัวเรือน  รัฐบาลจึงมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ  20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) สำหรับ 1,053,702 ครัวเรือน  สำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชนบทมีการยึดคืนพื้นที่ในเขตปฎิรูปที่ดินจากผู้ที่ครอบครองไม่ถูกกฎหมายทั่วประเทศและมีการนำที่ดินสำนักงาน การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่ยากไร้ขาดแคลนที่ดินทำกิน สำหรับจังหวัดอุทัยธานีมีวิสัยทัศน์การพัฒนาจังหวัดที่มุ่งสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เกษตรปลอดภัย สังคมอุทัยผาสุก ทาง สปก. ได้นำที่ดินที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.)เคยเช่าปลูกยูคาลิปตัสในตำบลระบำ อำเภอลานสัก จำนวน 3,239 ไร่
มาจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่ยากไร้ขาดแคลนที่ดินทำกิน รวม 318ครัวเรือน  และได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดอุทัยธานี ทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยและที่ทำกินอย่างมั่นคงและยั่งยืนโดยไม่ต้องบุกรุกที่ดินหวงห้าม  พร้อมทั้งสามารถพัฒนาแปลงที่ดิน  ด้วยการจัดโซนที่ดินทำกินและโซนที่อยู่อาศัย  โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เข้ามาจัดทำแผนงานสนับสนุนที่อยู่อาศัยชุมชนหรือ “บ้านมั่นคงชนบท” ซึ่งเริ่มดำเนินการในปี 2560  และผลักดันกลุ่มเกษตรกรรวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินตำบลระบำ จำกัด เพื่อบริหารโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและอาชีพ ทั้งนี้ พอช. ได้ร่วมกับ สปก. นำที่ดินที่ สปก. ยึดมาจากผู้ที่ครอบครองไม่ถูกกฎหมาย และพื้นที่หมดสัญญาเช่า  มาจัดสรรให้เกษตรกรที่ยากไร้ขาดแคลนที่ดินทำกิน  โดย พอช. มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย  ซึ่งขณะนี้ ได้ทำโครงการนำร่องไปแล้วจำนวน 982 ครัวเรือน ในพื้นที่ 5 ภาค รวม 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี ชลบุรี สระแก้ว นครราชสีมา กาฬสินธุ์และสุราษฎร์ธานี  โดยใช้งบประมาณทั้งหมด 46.9 ล้านบาท โดยได้ก่อสร้างบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วประมาณ 500     ครัวเรือน  ซึ่งโครงการบ้านมั่นคงในตำบลระบำ  จังหวัดอุทัยธานี  ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ    20 ปี ของกระทรวง พม. และเป็นต้นแบบในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ตามแนวทางประชารัฐ  โดย สปก.    นำที่ดินมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่ขาดแคลน  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนในด้านต่างๆทั้งการสร้างสาธารณูปโภค ถนน  ประปา  ไฟฟ้า และการส่งเสริมอาชีพซึ่งโครงการบ้านมั่นคงไม่ได้ดำเนินงานเฉพาะเรื่องบ้านเท่านั้น  แต่ต้องดำเนินงาน           ในทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยอย่างมีความสุข เช่น เรื่องเด็ก เยาวชน  สตรี  ผู้สูงอายุ สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอาชีพ          เพิ่มรายได้ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี  ที่รัฐบาลมีเป้าหมายให้ประชาชนมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนสำหรับเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ในที่ดิน สปก. ต้องประกอบด้วย 1.ผู้ที่ถูกผลักดันและอพยพออกจากพื้นที่ป่าต้นน้ำและ       ป่าอนุรักษ์ที่สำคัญ  2.ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามโครงการของทางราชการที่สูญเสียที่ดินทำกิน  และ  3. เกษตรกร        ผู้ไร้ที่ดินทำกินที่ขอรับการจัดที่ดินที่มีถิ่นที่อยู่ในท้องที่ที่จะจัดที่ดินและได้ขึ้นทะเบียนกับ สปก.หรือหน่วยงานอื่นๆ               นอกจากนี้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินตำบลระบำ จำกัด จะได้รับการพัฒนาอาชีพและเพิ่มรายได้  ซึ่งขณะนี้ มีสมาชิกประมาณ 357 ราย  และมีเงินหมุนเวียนประมาณ 2 ล้านบาท เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกมันสำปะหลังและข้าวโพด      ทางสหกรณ์ฯจะเปิดรับซื้อผลผลิตจากชาวบ้าน เพื่อรวบรวมและนำมาขายต่อให้แก่พ่อค้าโดยตรงซึ่งทำให้ได้ราคาขายที่ดีกว่า และหากสมาชิกสหกรณ์คนใดประสบความเดือดร้อนเรื่องเงินทางสหกรณ์ฯ  สามารถให้กู้ยืมเงินไม่เกินรายละ 30,000 บาท         โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี  และชำระคืนภายใน 10 เดือนดังกล่าว......




/สำเนา ทองศรี ภาพ/ข่าว....วินัย ชำนาญปืน จ.อุทัยธานี   รายงาน....!# แจ้งข่าวสาร 093 - 1717897

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.