มจร นครสวรรค์ ร่วมลงพื้นที่ศึกษาวิจัยวิถีชีวิตชาวไทยทรงดำบ้านหนองเนิน อ.ท่าตะโก หลังประสบความสำเร็จบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างยั่งยืน

มจร นครสวรรค์ ร่วมลงพื้นที่ศึกษาวิจัยวิถีชีวิตชาวไทยทรงดำบ้านหนองเนิน อ.ท่าตะโก หลังประสบความสำเร็จบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างยั่งยืน 

นครสวรรค์ / ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศศิกิจจ์ อ่ำจุ้ย ประธานหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต นางสาวอนงนาฏ แก้วไพทูรย์ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต มหาวทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทขาเขตจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมเจ้าหน้าที่ ทีมงานนักวิจัยวิทยาเขตจังหวัดนครสวรรค์ ลงพื้นที่สนทนากลุ่มเฉพาะร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน กรรมการป่าชุมชน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหัวถนน  พ่อแก่ แม่เฒ่าชาวไทยทรงดำบ้านหนองเนิน เพื่อหาข้อมูลการบริหารจัดการป่าชุมชนบ้านหนองเนิน หมู่ 4 ตำบลหัวถนน อ.ท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นรูปแบบการบริหารจัดการป่าชุมชน ประสบผลสำเร็จพื้นที่ป่าชุมชนกว่า 300 ไร่ สมบูรณ์ไม่มีประชาชนชาวบ้านบุกรุก และยังขยายพื้นที่ป่าได้จำนวนมาก
นายศศิกิจจ์ กล่าวว่า นักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหาจุฦาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตจังหวัดนครสวรรค์ เลือกลงพื้นที่บ้านหนองเนิน  หมู่ 4 ตำบลหัวถนน อำเภอท่าตะโก ศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมบริหารจัดป่าพื้นป่าชุมชน เนื่องจากบริบทของชาวบ้านหนองเนิน ตำบลหัวถนน ร้อยละ 90 เป็นชาวไทยดำ อีกร้อยละ 10 เป็นเขย สะไภ้ มีรูปแบบครอบครัวขยาย อยู่กันเป็นกลุ่มก้อนสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้ลงตัว ปัจจุบันยังอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีไว้เหนียวแน่นโดยมีศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่นบ้านหนองเนิน ที่รวบรวมศิลปะวัฒนธรรมไทยดำไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาสมบูรณ์
นอกจากนี้ยังประสบผลสำเร็จเรื่องการอนุรักษ์ป่าชุมชน บ้านหนองเนิน เนื้อที่ 300 ไร่ ในพื้นที่ 2 อำเภอได้แก่อำเภอท่าตะโก และอำเภอพยุหะคีรี กรรมการป่าชุมชนมีรูปแบบการบริหารจัดการที่น่าศึกษาวิจัย เพราะว่านำรูปแบบการมีส่วนร่วมมาใช้ในการอนุรักษ์อย่างได้ผล เพราะหลังจากเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2556 สำนักทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขานครสวรรค์ ได้อนมัติให้จัดตั้งป่าชุมชนบ้านหนองเนิน ชาวบ้านได้คัดเลือกกรรมการมาชุดหนึ่ง ดำเนินการบริหารจัดการปรากฏว่าสามารถแสวงหาความร่วมมือนำป่าคืนจากประชาชนรอบๆได้จำนวนมาก ขณะนี้ป่าไม้กว่า 300 ไร่ เกิดจากการร่วมมือของชาวบ้านในท้องถิ่นอย่างแท้จริง ชาวบ้านมีการปลูกป่าเพิ่มทุกปี ชาวบ้านมีการป้องกันไฟป่า ชาวบ้านจัดเวรไปรดน้ำต้นไม้ที่ปลูกไว้ ชาวบ้านทำฝายชะลอน้ำบนภูเขา โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณจากรัฐบาล แต่ชาวบ้านกลับมีทรัพยากร สามารถเข้าไปหามายังชีพได้โดยไม่ต้องซื้อหา จึงเป็นตัวอย่างความสำเร็จของชุมชนในเรื่องการจัดการทรัพยากร
“อนาคตบ้านหนองเนินจะมีแหล่งทรัพยากรที่สมบูรณ์ มีแหล่งวัฒนธรรมที่แข้มแข็ง นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมวัฒนธรรมและแหล่งทรัพยากรได้ ทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จะทำการศึกษาวิจัยบริบทของชุมชนเพื่อให้ชุมชนทั่วประเทศได้นำไปเป้นตัวอย่างต่อไป”นายศศิกิจจ์กล่าว
ด้านนายไทยแลนด์ เพชรต้อม อายุ 68 อยู่บ้านเลขที่ 67/2 ม.4 ต.หัวถนน อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ เผยว่า ตนและผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านอพยพจาก จ.เพชรบุรี มาตั้งถิ่นฐานใหม่ที่จังหวัดนครสวรรค์ ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม การแต่งกาย และภาษาไว้อย่างเหนียวแน่น   พยายามรักษาการเรียนเขียนอ่านภาษาไทยดำให้อยู่คู่กับหมู่บ้าน ด้วยการจัดให้นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองเนินแต่งกายชุดไทยดำ ร่วมเรียนเขียนอ่านภาษาไทยดำทุกวันศุกร์





00000000000 อัมพณ จับศรทิพย์ รายงาน 0619525644 00000000

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.