เริ่มปฏิบัติการเก็บกู้อุปกรณ์ถ้ำหลวงแล้ว


     
                                                     
     เมื่อเวลา 07.30 น.วันนี้(18 มี.ค.62)  ทีมสนับสนุนการเก็บกู้ทรัพยากร
กู้ภัยที่ตกค้างในถ้ำหลวง ขุนน้ำ-นางนอน นำโดยกองอำนวยการป้องกันและ
บรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง -
ขุนน้ำนางนอน อาสาสมัครศูนย์เฝ้าระวังและเตือนภัยพิบัติจังหวัดเชียงราย
กว่า 200 นายได้เข้าจัดเตรียมพื้นที่พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นในการ
เก็บกู้อุปกรณ์กู้ภัยที่ตกค้างภายในถ้ำหลวงจากเหตุการณ์ช่วยเหลือทีมหมูป่า
อะคาเดมี่ที่เมื่อราวปลายเดือนมิถุนายน 2561 ผ่านมา โดยมีการจัดเตรียม
ไฟฉาย ถุงมือ หมวกนิรภัย (มอก.) ไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณปากถ้ำ รวมทั้ง
อุปกรณ์เพื่อจัดการความปลอดภัยด้านต่าง ๆ ซึ่งจัดเตรียมให้เป็นศูนย์
บัญชาการส่วนปฏิบัติการ ในการอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการเก็บกู้
อุปกรณ์แก่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีล กองทัพเรือ
ที่จะเดินทางเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงขุนน้ำ-นางนอน อ.แม่สาย ใน
เวลาประมาณ 09.00 น.เพื่อเก็บกู้อุปกรณ์ที่ตกค้างในถ้ำหลวงให้เป็นไป
แผนปฏิบัติงานด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย

          ต่อมาเวลา 10.50 น. พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการ
สงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีล กองทัพเรือ พร้อมด้วย นายไพฑูรย์
นาคแท้ ผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขต 15 จ
.เชียงราย  นายกวี ประสมพล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง - ขุนน้ำนาง
นอน นำทีมเจ้าหน้าที่ในสังกัด พร้อมด้วยอาสาสมัครศูนย์เฝ้าระวังและเตือน
ภัยพิบัติจังหวัดเชียงราย จำนวนกว่า 200 คน ร่วมถวายเครื่องสักการะและ
ขอขมาต่อศาลเจ้าแม่นางนอน ดวงวิญญาณ นาวาตรีสมาน กุนัน หรือจ่าแซม
ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธ์ในถ้ำหลวง ก่อนปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทรัพยากรกู้ภัยที่ตก
ค้างภายในถ้ำหลวง อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ)
ระยะแรก

       จากการสำรวจอุปกรณ์กู้ภัยที่ตกค้างในถ้ำหลวง เมื่อวันที่ 17 มกราคม
ที่ผ่านมา บริเวณโถงแรก โถงที่ 2 และโถงที่ 3 น้ำได้แห้งแล้ว แต่ในทาง
เดินจากโถงที่ 3 ผ่านสามแยกไปทางพัทยาบีช-เนินนมสาว ที่อยู่ห่างไปอีก
ประมาณ 700 เมตรยังมีน้ำและทรายทับถมอยู่
เจ้าหน้าที่ไม่สามารถสำรวจอุปกรณ์ต่อไปได้ โดยพบว่าภายในถ้ำมีอุปกรณ์
ตกค้างจำนวนมาก โดยเฉพาะโถงที่ 3 ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการขณะเกิดเหตุ
และโถงที่ 2 ที่เป็นโถงใหญ่อีกแห่งหนึ่ง ประกอบด้วย สายไฟฟ้า ท่ออากาศ
วิทยุสื่อสาร ถังออกซิเจนกว่า 300 ถัง เครื่องสูบน้ำ กระดาษฟอยล์ อาหาร
เพาเวอร์เจล เปลสนาม และเชือกที่ใช้สำหรับเชื่อมโยงเส้นทางภายในถ้ำ

       ด้านกองอำนวยการฯ และคณะทำงานบูรณาการปรับปรุงฟื้นฟูอุทยาน
แห่งชาติถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน ( เตรียมการ )ได้ประเมินสถานการณ์ใน
ประชุมแล้ว มีข้อสรุปว่าช่วงเวลานี้ที่มีน้ำน้อยเหมาะสมต่อการระดมกำลัง
เพื่อจะเข้าไปปฏิบัติการขนย้ายอุปกรณ์ในการกู้ภัยของหน่วยซีลทั้งหมดออก
มาได้อย่างปลอดภัย

      แผนการเก็บกู้ทรัพยากรกู้ภัยที่ตกค้างในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนใน
ระยะแรกนั้น จะเป็นการเก็บกู้อุปกรณ์กู้ภัยของหน่วยซีล โดยกำหนดระยะ
แรกตั้งแต่วันที่ 18-20 มี.ค.นี้ รวมระยะเวลา 3 วัน มีการจัดตั้งศูนย์
บัญชาการการเก็บกู้ทรัพยากรกู้ภัยที่ตกค้างในถ้ำหลวงนางนอน โดยมีผู้ว่า
ราชการจังหวัดเชียงรายเป็นผู้บัญชาการ แบ่งการปฏิบัติงานเป็น 3 ส่วน
ประกอบด้วยส่วนอำนวยการ ทำหน้าที่บัชญาการ ประสานงาน และควบคุม
การปฏิบัติภารกิจในภาพรวม ส่วนปฏิบัติการ ทำหน้าที่ปฏิบัติภารกิจเก็บกู้
อุปกรณ์ในถ้ำหลวง และบริเวณปากถ้ำ และส่วนสนับสนุน ปฏิบัติภารกิจ จัด
เตรียมอาหาร อุปกรณ์ที่จำเป็นในการเก็บกู้ และยานพาหนะ

นอกจากนี้ยังมีหน่วยปฐมพยาบาล นำโดยแพทย์หญิง นิชานันท์ ศรีสุข
พร้อมทีมพยาบาลโรงพยาบาลแม่สาย ร่วมกับทีมกู้ภัยสมาคมศิริกรณ์
เชียงราย เตรียมพร้อมปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากเกิดกรณีมีผู้บาดเจ็บใน
การเก็บกู้ทรัพยากรในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานเก็บกู้ทรัพยากรตกค้างของ
เจ้าหน้าที่ในระยะแรก ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย อุทยาน
แห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ
.เชียงราย จึงได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวบริเวณถ้ำหลวง ตั้งแต่วันนี้ จนถึง
20 มีนาคม 2562  ส่วนการปฏิบัติการเก็บกู้อุปกรณ์กู้ภัยตกค้างในถ้ำหลวง
ระยะที่ 2 จะดำเนินการระหว่างวันที่ 26-29 มี.ค.นี้ โดยทางอุทยานฯ จะ
ออกประกาศต่อไป

อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวและประชนทั่วไปสามารถเข้าเที่ยวชมบริเวณอื่น
โดยเฉพาะขุนน้ำนางนอน หรือสระน้ำมรกต ที่อยู่ห่างไปประมาณ 2
กิโลเมตรได้ตามปกติ




จักรภัทร แสนภูธร รายงาน ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ถ่ายภาพ

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.