เชียงรายจับยาบ้ากว่าล้านเม็ดไอซ์ 10kgยังจ่อทะลักอีกเพียบ

เชียงรายจับยาบ้ากว่าล้านเม็ดไอซ์ 10kgยังจ่อทะลักอีกเพียบ

     วันนี้(16 มี.ค.61)เวลา 10.30 น. ณ ลานหน้าอาคารดรุงควิบูลย์ ตำรวจภูธรจังหวัด
เชียงราย พล.ต.ต.ภานุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5.พร้อมด้วย พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ
ผบก.ภ.จว.เชียงรายพร้อมด้วย พ.อ.มีชัย นิลศาสตร์ รอง ผบ.ฉก.ม.3 , พ.ต.อ.ธนะรัชต์ ชุม
สวัสดิ์ พ.ต.อ.คมสันต์ สะอาดล้วน ผกก.สภ.แม่สาย พ.ต.อ.กิตติพงษ์ สุขวัฒนพันธ์ ผกก.สภ
.เมืองเชียงราย, ตัวแทนจาก มทบ.37 และชุดจับกุม ร่วมแถลงผลงานการจับกุมและตรวจ
ยึดยาเสพติดยาบ้า 1,050,000 เม็ด ยาไอซ์ 10 กิโลกรัมผู้ต้องหา 3 ราย จาก 3 คดี
     คดีแรกเกิดขึ้นในวันที่ 14 มีนาคม 2561 เมื่อชุดสืบสวน สภ.แม่สายได้รับราบงานว่าจะ
มีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากผ่านพื้นที่จึงทำการตั้งจุดตรวจสกัดในเขตรับผิดชอบที่
คาดว่ากลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติดจะใช้เป็นเส้นทางลำเลียง ต่อมามีรถต้องสงสัยเป็น
รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ไม่ติดป้ายทะเบียนขับผ่านมาบริเวณสี่แยกบ้านเอื้ออาธร
ใกล้จุดตรวจสกัด เจ้าหน้าที่แสดงสัญญาณให้หยุดตรวจแต่รถคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องขับ
หลบหนีโดยมุ่งหน้าไปทางบ้านสันโค้ง ต.ศรีเมืองชุม อ.แม่สาย เจ้าหน้าที่จึงออกไล่ล่า
ติดตามแต่ไม่ทันจึงประสานวิทยุเพื่อสกัดจับต่อมาเวลา 21.30น.ได้รับรายงานว่าพบร่อง
รอยของรถยนต์คันดังกล่าวใกล้กับมูลนิธิศรัทธาชน จุดที่ 1 และจุดที่ 2 ที่บ้านป่าเหมือด หมู่
9 ต.เวียงพางคำ ห่างจากจุดแรก 1 กิโลเมตร จึงนำกำลังไปยังทั้งสองจุดโดยจุดแรกพบ
กระสอบฟางจำนวน 6 ใบ ส่วนจุดที่ 2 พบกระสอบฟาง 4 ใบเมื่อเปิดออกดูพบว่ามียาบ้า
บรรจุไว้ภายใน 1,000,000 เม็ด มีทั้งสัญญาลักษณ์ ตอง 9 และ Y1 จึงทำการตรวจยึดไว้
เป็นหลักฐาน
        คดีที่สองเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอแม่สายเช่นกันโดยชุดสืบสวนได้รับรายงานว่าจะมีการ
ลักลอบขนยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังพื้นที่ชั้นในโดยใช้เส้นทางถนนเลียบ
คลองชลประทานเทศบาลแม่สายลัดเลาะไปออกถนนบายพาสก่อนมุ่งหน้าไปสี่แยกวัลณีแม่
สาย ต่อมามีรถจักรยานยนต์ตรงตามตามที่สายรายงานขับผ่านมามีนายแก้ว กันทร อายุ 60
ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/ช ม.9 ต.แม่สาย อ.แม่สายเป็นคนขับมาจึงส่งสัญญาณเพื่อขอตรวจพบ
บริเวณตรงช่องพักเท้ารถ จยย.มีถุงฟางข้างในบรรจุสิ่งของที่ใส่ไว้ในถุงพลาสติดสีดำอีกชั้น
วางไว้ระหว่างกึ่งกลางจึงเปิดออกดูพบของกลางเป็นยาไอซ์จำนวน 10 กิโลกรัมที่บรรจุไว้
ในถุงชาจีน สีทอง จึงทำการจับกุมตัวนายแก้ว พร้อมของกลางยาไอซ์ ในเบื่องต้นผู้ต้องหา
สารภาพว่าได้รับยาเสพติดจำนวนดังกล่าวมาจากนายดำ ชาวเมียนมาร์ บริเวณทุ่งนาใกล้
ลำน้ำสายเพื่อนำไปทิ้งไว้ที่ทาวเฮาว์ร้างหน้าวิทยาลัยเทคโนโลยีแม่สายจากนั้นจะมีคนมารับ
ต่ออีกทอดแต่ตนเองมาโดนจับเสียก่อน
       คดีที่ 3 เกิดขึ้นในท้องที่ สภ.เมืองเชียงราย เป็นยาบ้าของกลาง 50,000 เม็ดพร้อม 2
ตัวผู้ต้องหาประกอบดัวยนายนำชัย อางี อยู่เลขที่ 107 ม.15 ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย จ
.เชียงรายและนายสม อายี่ อยู่เลขที่ 38 ม.12 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
โดยรูปของคดีของการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคนนั้นเกิดขึ้นมื่อวันที่ 15 มี.ค.61 สายลับได้รับ
การประสานจากนายพงษ์หรือเตี้ยหรือหล่อเคอะ ว่าจะขอนำยาบ้าจำนวน 50,000 เม็ดมา
แลกกับรถเก๋งโตโยต้า วีโก้ขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งนายพงษ์พร้อมกับนายนำชัยจะนำยาบ้า
50,000 เม็ดไปมอบให้สายลับบริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาล 6 เมื่อถึงเวลามีจักรยานยนต์ยี่
ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิค สีดำ หมายเลขทะเบียน คฉร 15 เชียงรายมาจอดที่จุดนัดพบมีนายพงษ์
เป็นผู้ขับขี่ส่วนนายนำชัยเป็นคนซ้อนได้ลงจากรถนำเป้ที่บรรจุยาบ้าลงมาส่งให้สายลับเจ้า
หน้าที่ตำรวจจึงแสดงตนและจับกุมตัวนายนำชัยไว้ได้ส่วนนายพงษ์ขับรถจักรยานต์คันดัง
กล่าวหลบหนีไป ในเวลาเดียวกันนายสม  ก็ตรงไปรับยนต์ที่ได้ตกลงแลกเปลี่ยนกับยาเสพ
ติดดังกล่าวบริเวณปากทางเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายเจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมตัว
นายสมขณะขึ้นไปสตาร์ทรถคันดังกล่าวไว้
     ซึ่งทั้ง 3 คดี เจ้าหน้าที่จะทำการขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมขวนการมาดำเนิคดีตาม
กฏหมาย

       ด้าน พล.ต.ต.ภานุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5. กล่าวว่า ยาเสพติดที่จับได้ในคราวนี้
เชื่อว่าเป็นของกลุ่มว้าเหนือมีมูลค่ากว่า 200 ล้านบาทหากเล็ดรอดเข้าไปในพื้นที่ชั้นในของ
ประเทศได้และสูงเป็น 10 เท่าหากออกไปสู่ต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานข้อมูลจาก
ทัพภาค 3 ว่ามีการผลิตยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากมีรายงานว่าทางการเมียนมาร์จะ
ปฏิบัติการทางทหารต่อชนกลุ่มน้อยที่ผลิตยาเสพติดภายในประเทศจึงทำให้ชนกลุ่มน้อย
เหล่านี้เร่งผลิตยาเสพติดนำไปจำหน่ายเพื่อจัดซื้ออาวุธไว้รับมือกับทางการเมียนมาร์ ส่วน
การจับกุมยาเสพติดทางหนองคายมากขึ้นน่าจะเกิดจากความเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ใน
พื้นที่ของ 8 จังหวัดทางภาคเหนือทำให้กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดหันไปใช้ช่องทางอื่นทำ
ให้มีการจับกุมในภาคอีสานมากขึ้น ยาเสพติดจากว้าเหนือจึงข้ามลำน้ำโขงไปยังประเทศ
ลาวและลำเลียงเข้าทางจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนมซึ่งตามลำน้ำโขงแถบนี้มีท่า
เรือตามลำน้ำโขงกว่า 88 ท่าเมื่อไปถึงเวียงจันทน์ก็สามารถจะลักลอบขนเข้าไทยได้หลาย
ช่องทางเช่นขนเข้าทางท่าลี่ และที่เชียงคาน จ.เลย ซึ่งพรมแดนเป็นแผนดินต่อแผ่นดิน ครั้ง
ล่าสุดที่จับได้ 6 ล้านเม็ดที่เชียงคานก็ใช้ช่องทางที่กล่าวมา จำนวนยาเสพติดที่จับได้แต่ละ
ครั้งเป็นจำนวนมากเกิดจากต่างประเทศมีความต้องการสูงโดยเฉพาะยาไอซ์ดังนั้นเทศกาล
สงกรานต์จะทำให้ความต้องการที่มีปรมาณสูงยังไม่ได้บ่งบอกแต่ปริมาณการนำเข้ามาใน
ประเทศไทยเพื่อส่งไปยังประเทสที่สามยังมีปริมาณค่อนข้างสูงซึ่งจากนี้ไปทุกหน่วยงานที่
เกี่ยวข้องจะได้ร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อเร่งหาข้อมูลข่าวสารในการจัดการจับกุมกลุ่มขบวน
การค้ายาเสพติดมาลงโทษเพื่อให้จำนวนยาเสพติดลดน้อยลงและหมดไปในที่สุด.....




จักรภัทร ข่าว/ภาพ

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.