น้ำยางพาราจากอุบัติเหตุไหลลงคลองทำปลาตายเกลื่อน หลายฝ่ายวิ่งตรวจสอบวุ่น
ประจวบคีรีขันธ์ : พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา 0867513727
น้ำยางพาราจากอุบัติเหตุไหลลงคลองทำปลาตายเกลื่อน หลายฝ่ายวิ่งตรวจสอบวุ่น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 มีนาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์รถบรรทุกสิบล้อชนท้ายรถพ่วงบรรทุกน้ำยางพารา เมื่อสายวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา จนคนขับรถสิบล้อเสียชีวิต และน้ำยางพาราผสมสารเคมีไหลนองพื้นถนน ต่อมามีการนำรถดับเพลิงมาฉีดน้ำไล่น้ำยางออกจากพื้นถนนไหลลงท่อระบายน้ำ
และในช่วงค่ำวันเดียวกัน ได้มีชาวบ้าน ม.1 ต.กุยบุรี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ แจ้งว่า ในคลองชลประทานน้ำมีสีขาวขุ่นคล้ายนม จึงได้ตรวจสอบพบว่า เป็นคลองชลประทาน D 8 อยู่ใกล้กับปั๊ม ปตท.ฝั่งล่องใต้ อ.กุยบุรี ซึ่งคลองดังกล่าวเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่า ม.1 และ ม.7 ต.กุยบุรี โดยคลองดังกล่าวแยกตัวมาจากแม่น้ำกุยบุรี ผ่าน ต.กุยบุรี ต.กุยเหนือ และตำดอนยายหนู จำนวนหลายหมู่บ้าน โดยพบว่าที่บ้านในชุก ม.1 ต.กุยบุรี น้ำในลำคลองมีสีขาวขุ่น เริ่มมีปลาลอยหัวขึ้นมาแหวกว่ายให้เห็น เมื่อตรวจสอบไปถึงต้นเหตุของน้ำสีขาวพบว่าที่ใต้สะพานข้ามคลอง ถนนเพชรเกษม มีท่อระบายน้ำ มีน้ำยางพาราปนกับน้ำไหลออกมาจากท่อ และไหลลงสู่คลอง
ต่อมาเช้าวันนี้ นางจิรัฎฐ์ ปรานต์ประสิทธิ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายภาณุ ชาญประโคน ปลัดอำเภอกุยบุรีฝ่ายป้องกัน และนายปรินทร์วัตร์ พ่วงจั่น ผอ.กองสาธารณสุขเทศบาลตำบลกุยบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า จากจุดที่เกิดเหตุรถชนกัน พบว่าทางเจ้าของน้ำยางได้มาถ่ายเอาน้ำยางไปแล้ว แต่ก็ยังเหลือนำยางที่อยู่บนถนน และพบว่ามีการนำเอาทรายมากั้นขวางทางน้ำในท่อระบายน้ำเอาไว้ ไม่ให้น้ำยางไหลไปตามท่อ ซึ่งจะทำให้ไหลลงคลองคลอง
เบื้องต้นคณะที่ตรวจสอบมีความเห็นว่า ต้องให้ทางชลประทานและกรมประมง มาตรวจสอบและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น และติดตามบริษัทเจ้าของน้ำยางมาร่วมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น
ซึ่งทางด้านนางจิรัฎฐ์ ได้แนะนำให้ทางอำเภอและเทศบาลได้ออกประกาศเตือนอย่าให้ประชาชนใช้น้ำในลำคลองดังกล่าว ไปสักระยะ จนกว่าจะมีการจัดการไล่น้ำที่เสียไปจนหมดเสียก่อน
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
น้ำยางพาราจากอุบัติเหตุไหลลงคลองทำปลาตายเกลื่อน หลายฝ่ายวิ่งตรวจสอบวุ่น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 มีนาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์รถบรรทุกสิบล้อชนท้ายรถพ่วงบรรทุกน้ำยางพารา เมื่อสายวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา จนคนขับรถสิบล้อเสียชีวิต และน้ำยางพาราผสมสารเคมีไหลนองพื้นถนน ต่อมามีการนำรถดับเพลิงมาฉีดน้ำไล่น้ำยางออกจากพื้นถนนไหลลงท่อระบายน้ำ
และในช่วงค่ำวันเดียวกัน ได้มีชาวบ้าน ม.1 ต.กุยบุรี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ แจ้งว่า ในคลองชลประทานน้ำมีสีขาวขุ่นคล้ายนม จึงได้ตรวจสอบพบว่า เป็นคลองชลประทาน D 8 อยู่ใกล้กับปั๊ม ปตท.ฝั่งล่องใต้ อ.กุยบุรี ซึ่งคลองดังกล่าวเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่า ม.1 และ ม.7 ต.กุยบุรี โดยคลองดังกล่าวแยกตัวมาจากแม่น้ำกุยบุรี ผ่าน ต.กุยบุรี ต.กุยเหนือ และตำดอนยายหนู จำนวนหลายหมู่บ้าน โดยพบว่าที่บ้านในชุก ม.1 ต.กุยบุรี น้ำในลำคลองมีสีขาวขุ่น เริ่มมีปลาลอยหัวขึ้นมาแหวกว่ายให้เห็น เมื่อตรวจสอบไปถึงต้นเหตุของน้ำสีขาวพบว่าที่ใต้สะพานข้ามคลอง ถนนเพชรเกษม มีท่อระบายน้ำ มีน้ำยางพาราปนกับน้ำไหลออกมาจากท่อ และไหลลงสู่คลอง
ต่อมาเช้าวันนี้ นางจิรัฎฐ์ ปรานต์ประสิทธิ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายภาณุ ชาญประโคน ปลัดอำเภอกุยบุรีฝ่ายป้องกัน และนายปรินทร์วัตร์ พ่วงจั่น ผอ.กองสาธารณสุขเทศบาลตำบลกุยบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า จากจุดที่เกิดเหตุรถชนกัน พบว่าทางเจ้าของน้ำยางได้มาถ่ายเอาน้ำยางไปแล้ว แต่ก็ยังเหลือนำยางที่อยู่บนถนน และพบว่ามีการนำเอาทรายมากั้นขวางทางน้ำในท่อระบายน้ำเอาไว้ ไม่ให้น้ำยางไหลไปตามท่อ ซึ่งจะทำให้ไหลลงคลองคลอง
เบื้องต้นคณะที่ตรวจสอบมีความเห็นว่า ต้องให้ทางชลประทานและกรมประมง มาตรวจสอบและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น และติดตามบริษัทเจ้าของน้ำยางมาร่วมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น
ซึ่งทางด้านนางจิรัฎฐ์ ได้แนะนำให้ทางอำเภอและเทศบาลได้ออกประกาศเตือนอย่าให้ประชาชนใช้น้ำในลำคลองดังกล่าว ไปสักระยะ จนกว่าจะมีการจัดการไล่น้ำที่เสียไปจนหมดเสียก่อน
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





ไม่มีความคิดเห็น