ทุกขลาภหรือโชคดี!เมืองชาละวันกรมเจ้าท่าให้งบ341ล้านขุดลอกบึงสีไฟแต่ไม่มีงบขนย้ายทิ้งดินกองเป็นภูเขาเลากาชาวบ้านแห่ร้องทุกข์ฝนตกดินสไลด์


ผู้ว่าฯพิจิตรประชุมถกปัญหากรมเจ้าท่าใช้งบ 341ล้านขุดลอกบึงสีไฟดิน9ล้านคิวหาที่ทิ้งดินไม่ได้กองเป็นภูเขาเลากาชาวบ้านแห่ร้องศูนย์ดำรงธรรม


วันที่ 4 ม.ค. 2561 นายวรพันธุ์   สุวัณณุสส์   ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานในการประชุม คณะกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดจากโครงการขุดลอกบึงสีไฟที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพิจิตร โดยมีผู้แทนจากกรมเจ้าท่าและส่วนราชการ รวมถึงหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้สืบเนื่องจากบึงสีไฟซึ่งเป็นแหล่งน้ำใหญ่อยู่ใจกลางเมืองพิจิตรมีพื้นที่ประมาณ 5,300ไร่ และถือเป็นแลนด์มาร์คทางการท่องเที่ยวของจังหวัดพิจิตร แต่ปรากฏว่าบึงสีไฟแห่งนี้มีสภาพตื้นเขิน กรมเจ้าท่าซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบและดูแล จึงได้จัดสรรงบประมาณ 341 ล้านบาท ว่าจ้างผู้รับเหมา 2 ราย ให้เป็นผู้รับจ้างขุดลอกบึงสีไฟ เฟส 1 ใช้งบประมาณ 171  ล้านบาท เริ่มต้นสัญญาเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 และจะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 เช่นเดียวกับ เฟสที่ 2 งบประมาณ 167 ล้านบาท  ซึ่งผู้รับจ้างได้เข้าดำเนินการตามสัญญาจ้าง คือ ต้องขุดดินภายในบึงสีไฟจำนวนปริมาตรประมาณ 9 ล้านคิว โดยให้ขุด ขน กอง ในที่ดินสาธารณะของทางราชการหรือเช่าที่ดินของเอกชน ขุด ขน กอง ไว้เพื่อรอการเปิดประมูลจำหน่ายดิน แต่ปรากฏว่าขณะนี้ผู้รับเหมาขุดดินได้แล้วประมาณ 3 ล้านคิว โดยกองไว้ที่ริมถนนรอบๆบึงสีไฟ รวมถึงขอเช่าที่ของเอกชนทำการกองดินเอาไว้ ซึ่งปริมาณดินจำนวนมากเหล่านี้เมื่อนำไปกองทิ้งไว้ใกล้บ้านเรือนราษฎรและแหล่งชุมชนที่อยู่รอบบึงสีไฟกองดินดังกล่าวสูงเป็นภูเขาเลากา คือ สูงจากพื้นดินเท่ากับตึก 2- 3 ชั้น สิ่งที่เป็นปัญหา คือทำให้ภูมิทัศน์โดยรอบของบึงสีไฟหมดความสวยสดงดงาม ส่วนดินที่กองอยู่ในเขตชุมชนเมื่อมีฝนตกลงมาดินก็สไลด์ตัวเป็นดินโคลนไหลเข้าบ้านเรือนราษฎร รวมถึงถนนที่อยู่รอบบึงสีไฟระยะทาง 12 กิโลเมตร ก็มีแต่ฝุ่นละออง อีกทั้งงบประมาณของแขวงทางหลวงชนบทที่ได้เงินมาแล้ว 60 กว่าล้านบาทเพื่อจะทำการสร้างเส้นทางจักรยานรอบบึงสีไฟเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและนันทนาการก็ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างหรือผู้รับเหมาเข้าดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ จึงเป็นที่มาของความเดือดร้อนและทุกขลาภของบึงสีไฟและชาวพิจิตรที่ได้รับงบประมาณ 341 ล้านบาท เพื่อขุดลอกบึงสีไฟ แต่ไม่มีงบขุด ขน ทิ้งดินดังกล่าว

ล่าสุดวันนี้ นายวรพันธุ์   สุวัณณุสส์   ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ประชุมที่ทุกฝ่ายเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาว่า จะนำดินประมาณ 1 ล้าน ถึง 1.5 ล้านคิว มาถมที่ดินบริเวณหลังศาลากลางจังหวัดพิจิตร อีกทั้งมีแนวคิดว่าน่าจะทิ้งดินเพื่อทำเป็นถนน 4 เลน รอบบึงสีไฟ , ดินจำนวน 3 – 4 ล้านคิว จะนำไปทิ้งที่มหาวิทยาลัยสงฆ์ หรือ ( มจร.วังกรด ) อีกทั้งถ้าสถานที่ราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดต้องการดินเพื่อไปปรับภูมิทัศน์ในที่สาธารณะก็ยินดีจะมอบดินให้ฟรี แต่การแก้ปัญหาด้วยวิธีข้างต้นก็ติดขัดด้วยข้อกฎหมายและข้อสัญญาของกรมเจ้าท่ากับผู้รับเหมารับจ้าง ซึ่งคงต้องนำปัญหาและแนวทางแก้ไขเพื่อขอให้อธิบดีกรมเจ้าท่าหรือ พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จัดหางบประมาณมาเพิ่มเติมเพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวให้ได้เป็นการเร่งด่วนเนื่องจากเกรงว่าช่วงเดือนมีนาคม 2562 จะเข้าสู่ฤดูฝน ปัญหาใหญ่คือดินโคลนที่กองเป็นภูเขาเลากาก็จะเกิดการสไลด์ตัวไหลเข้าบ้านเรือนและถนนหนทางอีกด้วย



สิทธิพจน์ พิจิตร
///////////////////////////



ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.